09052021-2-9--สูตร-Sharpe-Ratio-2.jpg

Theory แนวความคิดเกี่ยวกับ สูตร Sharpe Ratio กับปริศนาที่น่าดึงดูด


Theory แนวคิด หมายเหตุเสริมเติมเกี่ยวกับ สูตร Sharpe Ratio ปัญหาแรก: ในแบบอย่างตลาดค้าหุ้นสหรัฐอเมริกา "อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยใน 1 ใน 6 ปีน้อชูว่า -6%" คำนวณเช่นไร? อัตราส่วน Sharpe จะนับว่าผลตอบแทน จากการลงทุนอยู่สำหรับการขยายความธรรมดา (มองรูปข้างล่าง)และสามารถอ่านข่าวกีฬา กับเรื่องราวต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ : @web1s และ บาส

เมื่อกล่าวในทางเลขคณิตผลบวก ของสถานะการณ์สุ่มอิสระมากมาย โดยธรรมดาจะสอดคล้องกับการแจกแจง แบบธรรมดา ยกตัวอย่างเช่นถ้าหากคุณ โยนเหรียญไปเรื่อยข้างหน้าเป็น 1 และก็ข้างหลังเป็น -1 ภายหลังจากวิธีการทำซ้ำจำนวนหลายชิ้น ผลบวกของผลสรุปจะเป็นไปตามการแจกแจงแบบธรรมดา

จากที่กล่าวไว้ ในบล็อกก่อนหน้าที่ผ่านมา "แนวความคิดการตลาดที่มีคุณภาพ" ได้รับความนิยมในวงวิชาการ: แนวทางของแต่ละขั้นตอนของตลาดค้าหุ้น เป็นแบบอิสระแล้วก็สุ่ม ซึ่งเสมอกันกับการ "โยนเหรียญ" อย่างสม่ำเสมอและก็อัตราผลตอบแทนในที่สุดแน่ๆ เป็นไปตามการแจกแจงแบบธรรมดา พวกเรามาเอ๋ยถึงหลักสูตรรากฐาน "ขั้นตอนการสุ่ม" สำหรับเพื่อการเงินเชิงจำนวนกันเถิด

ถึงแม้ ข้อสมมติของการแยกเยะ แบบธรรมดาจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ว่าก็เป็นกรอบเบื้องต้น สำหรับเพื่อการทำความเข้าใจปัญหา รูปข้างล่างเผยค่าความเป็นไปได้ ของการแจกแจงธรรมดา แบบอย่าง อาทิเช่น ความเป็นไปได้ที่ อัตราผลตอบแทน อยู่ระหว่าง 0 เท่าถึง 0.5 เท่าของส่วนเบี่ยงเบน

มาตรฐานเป็น 19.1% (ส่วนสีเขียวของรูป) ในลักษณะเดียวกันความเป็นไปได้ ที่อัตราผลตอบแทนน้อยกว่า -1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (ส่วนสีส้มในรูป) เป็นโดยประมาณ 16% เอาไปใช้กับตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา (อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 16%) อัตราผลตอบแทนทุกปีน้อยกว่า -1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

โน่นเป็นความเป็นไปได้ 10% -16% = -6% เกิดเรื่องเกี่ยวกับ 1/6. "อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยใน 1 จาก 6 ปีน้อชูว่า -6%" จะราวๆด้วยแนวทางนี้

ปัญหาลำดับที่สอง: มีความไม่สอดคล้องต้องกัน ในข้อสมมติของ Sharpe Ratio ไหม? แน่ๆมี ข้อสมมติของการแจกแจงธรรมดาไม่สมบูรณ์ ตามความจริงการเคลื่อนไหว ของตลาดค้าหุ้นมิได้เป็น "อิสระแล้วก็สุ่ม" อย่างสมบูรณ์มิฉะนั้น พวกเราไม่มีความจำเป็นต้องกลุ้มอกกลุ้มใจกับการเล่าเรียนข้อบังคับอะไรก็ตาม

แบบอย่าง อาทิเช่นในวิกฤตการคลังการเคลื่อนไหว ของตลาดค้าหุ้น มีความข้องเกี่ยวแบบอันดับ ที่หนักแน่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกว่า "แนวโน้ม" ซึ่งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการปรากฏ "แจ็คพ็อค" ในผลตอบแทน ของตลาดค้าหุ้นที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งแสดงว่าความน่าจะเป็น ของการ "วิ่ง ไปยังตำแหน่งเต็มที่ "

อยู่ในชั้นสูง คร่าวๆจากการแจกแจงธรรมดา ยิ่งกว่านั้น "อัตราผลตอบแทนที่ ไม่มีความเสี่ยง" ในอัตราส่วน Sharpe เป็นแถวคิดที่ไม่กระจ่างและก็เงินลงทุนด้านการเงิน ของนักลงทุน ไม่ใช่ r ยิ่งกว่านั้นการประมาณความปั่นป่วนไม่ใช่ปริศนากล้วยๆมีการเสนอแนะผู้อื่น

ครั้งละเรื่องมีเอกสารทางด้านวิชาการมากยิ่งกว่า N เรื่องที่กล่าวถึงข้อ จำกัด ของอัตราส่วน Sharpe แล้วก็กลยุทธ์แก้ไข

ปัญหาลำดับที่สาม: การใช้ Sharpe Ratio สำหรับนักลงทุนทั่วๆไป เป็นอย่างไร? เหตุผลหลักเป็นการรู้แจ้ง สำหรับการคิด: การลงทุนมิได้มองดูเพียงแค่อัตราผลตอบแทน เพียงแค่นั้น แม้กระนั้นยังขึ้นกับจำนวนการเสี่ยงด้วย ครั้งถัดมาที่มีคนบอกคุณว่า "ฉันคืนค่าถัวเฉลี่ย 30% ในตอนสามปีให้หลัง

" คุณสามารถ "ถามเบาๆ"ว่า"มันแปรผันขนาดไหน" ในบล็อกต่อไปพวกเราจะดูตัวอย่างจริงของกองทุนคุ้มครองปกป้อง การเสี่ยง การเดิมพันรวมทั้งการลงทุนชุดที่ 11: แบบอย่าง การวิเคราะห์ ผลที่ได้รับจากการดำเนินงานของกองทุนคุ้มครองป้องกัน การเสี่ยงตามที่ได้กล่าวไปแล้ว

ในครั้งที่แล้วการวัดผลการลงทุน ไม่เหมาะที่จะดูที่อัตราผลตอบแทน เพียงแค่นั้น แม้กระนั้นจะต้องพิเคราะห์สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้วย ช่วงนี้ให้พวกเราดูตัวอย่าง ที่มีประโยชน์ของกองทุนคุ้มครองปกป้อง การเสี่ยง ตารางตั้งแต่นี้ต่อไปแสดง ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีของกองทุนคุ้มครองป้องกัน การเสี่ยงขนาดใหญ่ ที่โด่งดังหลายกองทุน

(ที่มา: รายงานการวิจัย HSBC) ทรัพย์สินภายใต้ การจัดการของกองทุนกลุ่มนี้ มีมูลค่ามากยิ่งกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ แล้วก็เปิดจัดการมาแล้วกว่า 5 ปี คุณจะนำเงินไปลงทุนในกองทุนใด? คุณจะเลือกกองทุน D ที่มีอัตราผลตอบแทน 79% ต่อปีใช่ไหม?

ขอแสดงความยินดีคุณได้เลือก กองทุน Paulson Credit Opportunities Fund ซึ่งเป็นคนขายสินค้าซับไพรม์รายใหญ่ ในตอนวิกฤตการคลังรวมทั้งรับกำไร หลายพันล้านดอลลาร์ พอลสันผู้ผลิตแล้วก็บริหารกองทุน (ซึ่งมีนามสกุลเดียว กับสมัยก่อนเมืองมนต รีคลังเก็บของสหรัฐ พอลสัน แม้กระนั้นไม่เกี่ยวข้องกัน) ได้เปลี่ยนเป็นหนึ่ง ในผู้จัดการกองทุนที่มีชื่อที่สุดในบัดดล

แม้กระนั้นพวกเราพึ่งจะคุยกัน: คุณไม่อาจจะมองดูเพียงแค่ อัตราผลตอบแทน แม้กระนั้นจะต้องพินิจพิเคราะห์ การเสี่ยงด้วย ตารางที่ 2 แสดงความเปลี่ยนแปลงแล้วก็ การคาดการณ์ค่า Sharpe Ratio ของแต่ละกองทุน (สมมุติว่ามีอัตราผลตอบแทนที่ ไม่มีความเสี่ยง 3%) คุณคิดยังไงภายหลัง อ่านใจความนี้? และสามารถอ่านข่าวกีฬา กับเรื่องราวต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ : พนันบาส nba

Theory แนวคิดเกี่ยวกับ สูตรของ Sharpe Ratio กับปริศนาที่น่าดึงดูด

จากมุมมอง ของความปั่นป่วนรวมทั้งอัตราส่วน Sharpe เหตุการณ์มี ความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นบางส่วน ถึงแม้อัตราผลตอบแทน ของกองทุน C จะมีเพียงแต่ 15% แต่ว่าความปั่นป่วน ก็น้อยกว่า 5% ด้วยเหตุนั้น Sharpe Ratio ก็เลยมากถึง 2.7 ซึ่งมากยิ่งกว่า 1.5 ของ พอลสัน เกือบจะสองเท่า

กล่าวคือ ความผันแปรของกองทุน C เป็นเพียงแต่หนึ่ง ในสิบของความผันแปร ของกองทุน พอลสัน สมมุติว่านัมายากลงทุนเต็มอกเต็มใจ ที่จะรับการเสี่ยงจากความปั่นป่วน คงเดิมแล้วต่อจากนั้นเขาสามารถลงทุน 1 หยวน

ในกองทุน พอลสันหรือ 10 หยวนในกองทุน C ,การเสี่ยงใกล้เคียงกันและก็ผลตอบแทนรวม ของกองทุน C สูงยิ่งกว่า Cเป็นกองทุนไม่ลเลนเนียม ซึ่งฯลฯไม้ที่เขียวชอุ่ม ทั้งปี ในอุตสาหกรรมเฮดจ์ฟันด์ ในบรรดาผู้จัดการ มีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญคนจีน คนไม่ใช่น้อย จากมุมมองของนักลงทุน

มันเกิดเรื่องยากมากมายที่จะเลือกว่า จะเลือกกองทุน พอลสัน ที่ "หาเงินยาก" หรือกองทุนสหัสวรรษ "รายได้ป้อมอาจจะ" นอกนั้นอัตราส่วน Sharpe ของกองทุน A รวมทั้งกองทุน B ยังสูงยิ่งกว่า 0.4 อย่างเป็นจริงเป็นจังในตลาดค้าหุ้นสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตัวเลือกการลงทุนที่ดี ด้วยเหมือนกัน อัตราผลตอบแทนของกองทุน E นั้นต่ำลงมากยิ่งกว่าอัตราค่าดอกเบี้ย ที่ไม่มีความเสี่ยง ซึ่งต่ำเกินความจำเป็น

การวิเคราะห์เสริมเติม เฉพาะการใช้ Sharpe Ratio เพื่อเทียบดูเหมือนจะ "ไม่แฟร์" กับกองทุน พอลสัน: ถึงแม้ว่าความปั่นป่วนจะสูง แม้กระนั้นโดยมากเป็น "ความปั่นป่วนที่มากขึ้น" ซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจาก "ความผันแปร" ในแนวทางการสร้างรายได้ที่หวือหวา

นั้นตามที่เป็นจริงแล้ว ไม่ใช่การเสี่ยง นักลงทุนกลัวการสูญเสียเงิน โดยเฉพาะ ถ้าหากพวกเขาสูญเสียหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ในคราวเดียว โดยเหตุนั้นสำหรับในการวัดการเสี่ยง จำเป็นต้องพิเคราะห์“ การต่ำลงสูงสุด” ด้วยโน่นเป็น เปอร์เซ็นต์ที่มากที่สุด ของแต่ละกองทุนที่“ ล่ากลับ” จากจุดสุดยอดในประวัติศาสตร์ดัง แสดงในตารางที่ 3

เดี๋ยวนี้น่าดึงดูดเพิ่มมากขึ้น กองทุน A (กองทุนเฮดจ์ฟันด์ของ อังกฤษ) ต่ำลงสูงที่สุดน้อยกว่า 5% รวมทั้งเกิดขึ้นในปี พุทธศักราช 2546 กองทุนหลบหลีก การสูญเสียครั้งใหญ่ ในตอนวิกฤต ปี 2550-2551 ซึ่งน่าดึงดูดทีเดียว กองทุนเฮดจ์ฟันด์ รวมทั้ง มัลลิเนียม ต่างก็เป็นจำพวก "รายได้ป้อมอาจ"

ทั้งสองก็รอดพ้น วิกฤตสินเชื่อ ซับไพรม์มาได้ดูเหมือนทั้งคู่ จะแยกไม่ออกมาจากกัน เมื่อเทียบกับกองทุน พอลสัน พวกเขาสามารถชี้แจงได้ว่าเป็น ยกลาน ยกกันและก็แต่ละกองทุน มีความรู้ความสามารถสำหรับในการชนะเพราะฉะนั้น ทั้งยังสามกองทุนนี้ ได้รับการผลักดันจากนักลงทุนสถาบัน

โดยมีเงินทุนภายใต้ การจัดการมากถึง 8.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ 10 พันล้านเหรียญสหรัฐรวมทั้ง 6.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ดอลลาร์ ดูอย่างกับว่ามันจะสมเหตุสม ผลสำหรับคนอื่นๆที่จะ "ใหญ่มากยิ่งกว่า"

(หมายเหตุ: กองทุน "แบรนด์เนม" ไม่น้อยเลยทีเดียวไม่รับการลงทุนใหม่ อีกต่อไปเพื่อรักษาอัตรา ผลตอบแทน)กองทุน E (เดรค แอปซูลูป) ยังเป็นกองทุนขนาดใหญ่ ภายใต้การจัดการราคา หลายพันล้านดอลลาร์ แต่ว่าก็ประสบพบเจอกับปัญหา ขาดทุนมากมายกว่า 50% ในวิกฤตการคลัง

ซึ่งทำให้นักลงทุน สูญเสียความมั่นใจและก็ถอนทุนออกไป ด้วยเหตุดังกล่าว ในเวลานี้ เดรค บริหารเงินลงทุนมีเพียงแค่ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ จะมองเห็นได้ว่าไม่ว่า คุณจะทำเท่าไร ถ้าคุณไม่ใส่ใจกับการเสี่ยงคุณก็บางทีอาจ "กลับไปสู่ก่อนจะมีการปล่อยในชั่วช้าข้ามคืน" ลิเวอร์มอร์ ถูกเอ่ยถึงในบทความก่อนหน้าที่ผ่านมาและก็ เดรค ก็เป็นตัวอย่างที่มีชีวิตด้วยเหมือนกัน


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจในวันนี้ : บาคาร่า ออนไลน์
สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : RoseStar

Maecenas aliquet accumsan

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Class aptent taciti sociosqu ad litora torquent per conubia nostra, per inceptos hymenaeos. Etiam dictum tincidunt diam. Aliquam id dolor. Suspendisse sagittis ultrices augue. Maecenas fermentum, sem in pharetra pellentesque, velit turpis volutpat ante, in pharetra metus odio a lectus. Maecenas aliquet
Name
Email
Comment
Or visit this link or this one